ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนข่าวจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ธัญบุรี

เสริมแกร่ง SMEs สู่ออนไลน์
กรกฎาคม 31, 2017
คอลัมน์ แวดวงของเรา: มทร.ธัญบุรี ช่วยแผนธุรกิจเอสเอ็มอี
สิงหาคม 2, 2017

ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนข่าวจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ธัญบุรี

แนวหน้า ฉบับวันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2560
โดย ชนิตร ภู่กาญจน์

ตอนนี้ไปที่ไหนๆ ก็มีแต่คนอยากรู้ ว่า เศรษฐกิจของเราแย่หรือ? เพราะ พ่อค้า แม่ค้าบ่นกันว่าไม่รู้ลูกค้าหายไปไหนหมด จะว่าเศรษฐกิจของเราตอนนี้ย่ำแย่ก็ไม่เห็นว่าทางรัฐบาลบอกอะไรออกมาให้รู้
บรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่ผมพูดถึงนี้ ส่วนใหญ่เป็นพวก หาบเร่ แผงลอยที่ไม่มีเวลา มานั่งเฝ้าข่าว หรือคอยวิเคราะห์เหตุการณ์ รอบข้าง เขาพูดเท่าที่เขาได้เห็นความเปลี่ยนแปลง ที่ผิดไปจากที่เคยเป็นมาเป็นหลัก
เพื่อให้เป็นการยืนยันว่า เรื่องจริงมันเป็นอย่างไร ไม่ต้องไปจดจำว่า ในมือถือเขาจะพูดกันอย่างไร “จริงหรือมั่ว” ผมก็ขอใช้หลักฐานจากข่าวของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ที่เขายืนยันมาให้ทราบดังนี้ครับ…
คุณสาลินี วังตาล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติให้ สสว. ดำเนินโครงการเอสเอ็มอี TurnAround เพื่อช่วยฟื้นฟูกิจการเอสเอ็มอีไทยที่มียอดขายตกต่ำ จากภาวะเศรษฐกิจรวมถึงปัจจัยอื่นๆ นั้น ขณะนี้ สสว.ได้ดำเนินโครงการดังกล่าวครบถ้วนตามแผนงานที่กำหนดไว้แล้ว โดยมี ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีสมัครเข้าร่วมโครงการ จำนวน 13,751 ราย สูงกว่าเป้าหมาย ที่กำหนดไว้ 10,000 ราย ทั้งนี้จากข้อมูล พบว่า ปัญหาหลักผู้ประกอบการเอสเอ็มอี คือ เรื่องการตลาด ที่ยังขาดการพัฒนาสินค้า หรือสินค้าไม่ตรงความต้องการของกลุ่ม ผู้บริโภคในปัจจุบัน และเรื่องของต้นทุนที่สูง ไม่ได้ใช้เทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ เสียเปรียบในการแข่งขัน หากทิ้งไว้มีโอกาสสูงที่จะต้องเลิกกิจการ จึงมอบหมายให้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ดำเนินโครงการเข้าไปช่วยในการปรับแผนธุรกิจและเพิ่มขีดความสามารถเอสเอ็มอี ร่วมกับ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจ ขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย และสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ซึ่งจากโครงการนี้ สามารถช่วยฟื้นฟูเอสเอ็มอีไทยได้แล้ว 4,445 ราย
นั่นแสดงให้ประจักษ์ว่า เศรษฐกิจของบ้านเราเวลานี้ ไม่ปกติ เพียงแค่เขาอ้างถึงปัญหาว่าเกิดจากการขาด เทคนิค และเทคโนโลยี ที่จะต้องนำมาใช้เพื่อเป็นแรงจูงใจ ไม่ใช่เพราะคนไม่มีเงินจะจับจ่าย
เพราะฉะนั้นเราก็เชื่อไว้ก่อนว่า เงินรายได้ของคนในสังคมไทย ยังไม่ขาดแคลน เพียงแต่พวกเขาไม่ออกมาจับจ่ายซื้อของเพราะไม่เห็นว่ามีอะไรจะจูงใจให้ต้องเสีย เงินซื้อ เรียกว่าเบื่อของซ้ำซาก จำเจ ไร้คุณค่า ว่างั้นก้อแล้วกัน ฟังแล้วสบายใจดี
ถ้างั้นเราลองมาดูซิว่า ทางมหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี เขาดำเนินการเพื่อสร้างแรงดึงดูดกันไปอย่างไร และสร้างได้แค่ไหนแล้ว
รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐอธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าวว่า มทร.ธัญบุรี ได้ช่วยแก้ปัญหาในด้านต่างๆ ของเอสเอ็มอี โดยการให้ความรู้เพิ่มเติมและจัดที่ปรึกษาเพื่อวินิจฉัยให้คำปรึกษาเชิงลึก ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือ วินิจฉัยเชิงลึกและยกระดับความสามารถของผู้ประกอบการธุรกิจ เช่น จัดทำแผนปรับธุรกิจเชิงลึก และช่วยเจรจาหนี้ ระหว่างผู้ประกอบการกับธนาคาร ปัจจุบันเอสเอ็มอีในโครงการ TurnAround ได้รับอนุมัติการปรับโครงสร้างหนี้กับธนาคาร เจ้าหนี้แล้ว 330 ราย วงเงิน 273 ล้านบาท และอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาอีก 1,720 ราย ส่วนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอีก 8,000 กว่ารายที่เหลือ ได้ช่วยวินิจฉัยและ ให้คำปรึกษา เพื่อพัฒนากิจการต่อไป เช่น ให้ความรู้ด้าน E-Commerce การจัดหาพื้นที่ขายสินค้า การทำ Packaging รวม ทั้งมีการแจกคูปองจากบริษัทห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) หรือเซ็นทรัลแล็บไทย เพื่อให้ผู้ประกอบการได้นำไปใช้ในการตรวจและรับใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อเป็นการยกระดับสินค้าและบริการ ขณะเดียวกัน มทร.ธัญบุรี ยังมีผลงานวิจัย สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมต่างๆ ที่สามารถนำไปต่อยอดทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการได้รวมถึงมีเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหลายด้านเพื่อเป็นแหล่งทดสอบ และเทียบมาตรฐาน เพื่อรองรับการปรึกษาและช่วยแก้ปัญหาทางธุรกิจได้ ทั้งนี้เชื่อว่าผู้ประกอบการจะพัฒนาศักยภาพไปแข่งขันในระดับที่สูงขึ้นต่อไปได้
รวมความแล้ว เขาก็คิดแก้โครงสร้าง ที่เป็นภาพรวมใหญ่ ซึ่งภาพรวมระดับชาวบ้านที่ลองลงมา ก็อาจจะพลอยได้ผลประโยชน์อยู่บ้างก็เห็นจะอยู่ที่มีเงินให้กู้ออกมาให้เห็น มากขึ้น แต่ในการพัฒนาตัวเอง คงต้อง คิดและแสวงหาเอาเอง
สังคมวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นระดับชาวบ้าน ตาสีตาสา หรือกระจอกงอกง่อยแค่ไหน จะต้องพึ่งตัวเองด้วยการให้สมองของตัวเอง ช่วยตัวเองเป็นอันดับแรกละครับ เพราะฉะนั้นอย่าได้ละทิ้งการเรียนรู้เป็นอันขาดในการเจริญเติบโตของโลกในวันนี้

ใส่ความเห็น